สารที่นำมาใช้ทางการแพทย์อย่างกว้างขวาง และใช้เป็นยารักษาโรค อย่างเช่น สเตียรอยด์ (Steroid) มีสรรพคุณเหมือนเป็นยาวิเศษ  รักษาโรคหรือภาวะต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย แต่เราก็มักได้ยินเกี่ยวกับอันตรายจากการใช้ยาที่มีสเตรียรอยด์เป็นส่วนผสม นั่นอาจเป็นเพราะการใช้ยาอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่อยู่ในการควบคุมของแพทย์หรือเภสัชกร และหากใช้ยาต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจส่งผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ตามมาได้ แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ มีการนำสเตียรอยด์มาปลอมปนในผลิตภัณฑ์ยาหรือเครื่องสำอางเพื่ออวดอ้างสรรพคุณผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ซึ่งอาจจะส่งผลร้ายของเราในอนาคตได้

SGE CHEM จะพาไปทำความรู้จักสเตียรอยด์ เพื่อรู้เท่าทันดักจับให้อยู่หมัดก่อนสารนี้จะเข้าถึงตัวเรานั่นเอง

1 สเตียรอยด์


สเตียรอยด์คืออะไร?

คือ ฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นเองได้ ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น ต้านการอักเสบ, ลดการปวดต่าง ๆ, ควบคุมสมดุลน้ำหนักและเกลือแร่, กดภูมิคุ้มกัน, ปรับความเครียด เป็นต้น เนื่องด้วยคุณสมบัติของสารสเตียรอยด์ที่จำเป็นต่อร่างกาย จึงทำให้มีการผลิตสเตียรอยด์สังเคราะห์ขึ้นเพื่อใช้ทางการแพทย์ มีหลายชนิด และหลายรูปแบบทั้งยาฉีด ยาเม็ด และยาครีม นั่นเอง

210301-Content-“สเตียรอยด์”-สารมหัศจรรย์ที่ใคร-ๆ-ก็รู้จัก!-02

สเตียรอยด์ที่ใช้ในทางการแพทย์ เรียกว่า คอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroid) เป็นสารที่สังเคราะห์เลียนแบบสเตียรอยด์ที่ร่างกายสร้างขึ้น เพื่อใช้ประโยชน์ในการรักษาโรคต่าง ๆ รวมถึงทดแทนในกรณีที่ร่างกายไม่สามารถสร้างฮอร์โมนดังกล่าวได้ โดยยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์นี้ตามกฎหมายแพทย์จะเป็นผู้สั่งจ่ายยาเท่านั้น

สเตียรอยด์แบ่งออกได้ 2 ประเภท ดังนี้

สเตียรอยด์ธรรมชาติ
ที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองได้

สเตียรอยด์สังเคราะห์
ที่มนุษย์ผลิตขึ้นมาเลียนแบบสารภายในร่างกาย


ยาสเตียรอยด์ที่ใช้ภายนอก (External Use) ผลการรักษาให้ออกฤทธิ์เฉพาะที่ เช่น

  • ยาหยอดตา สำหรับการอักเสบที่ตา เยื่อบุตาขาวอักเสบ
  • ยาพ่นจมูก ใช้ควบคุมอาการแพ้โพรงจมูกอักเสบ
  • ยาสูดพ่นทางปาก ใช้ควบคุมอาการทางเดินหายใจ เช่น โรคหอบหืด ถุงลมโป่งพอง เป็นต้น
  • ยาทาทางผิวหนัง ใช้สำหรับกดภูมิคุ้มกันหรืออาการผื่นคันที่ผิวหนัง

ยาสเตียรอยด์ออกฤทธิ์ทั่วร่างกาย (Systemic Use)
ผลการรักษาให้ออกฤทธิ์ทั่วร่างกายทุกระบบ เช่น ยาฉีดและยารับประทาน ส่วนใหญ่ใช้ลดอาการอักเสบภายใน หรือเพื่อกดภูมิคุ้มกัน เช่น ผู้ป่วยข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคภูมิแพ้ตัวเอง (SLE) หรือผู้ป่วยที่มีปัญหาทางเดินหายใจอักเสบเรื้อรัง และอาการภูมิแพ้ทางผิวหนังหรือทางเดินหายใจที่รุนแรง เป็นต้น


▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾ ▾

🤔 ครีมที่ผสมสเตียรอยด์อันตรายต่อผิวอย่างไร?

210301-Content-“สเตียรอยด์”-สารมหัศจรรย์ที่ใคร-ๆ-ก็รู้จัก!-03


สำหรับผู้ที่ใช้ครีมสเตียรอยด์เป็นเวลานานจนหน้าติดสเตียรอยด์นั้นผลกระทบที่ตามมา คือ
สารชนิดนี้จะทำให้ผิวหน้าของผู้ใช้บางลง เมื่อโดดแสงแดดก็จะส่งผลให้มีอาการแสบร้อนบนใบหน้า และยังทำให้หลอดเลือดใต้ผิวหนังเปราะบางและแตกได้ง่าย รวมถึงยังมีอาการสิวและผื่นอักเสบขึ้นมาบริเวณรอบ ๆ ปากได้อีกด้วย ซึ่งผู้ที่ติดสเตียรอยด์นั้นจะไม่สามารถที่จะหยุดใช้ยาได้ เพราะหากหยุดใช้ยาเหล่านี้ก็จะเกิดอาการแดงที่บริเวณใบหน้าและการอักเสบของผิวก็จะมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่รักษาให้หายได้ยากมาก นอกจากนั้นหากใช้ในปริมาณที่มากเกินไปก็จะทำให้ส่งผลเสียต่ออวัยวะภายในของเราโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น ต่อมหมวกไตผิดปกติที่มักจะเกิดขึ้นโดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ และยังอาจส่งผลให้เด็กมีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติได้อีกด้วย


โทษของสเตียรอยด์เป็นอย่างไร?

สเตียรอยด์สังเคราะห์เป็นสารที่มีผลต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกายทุกระบบ ดังนั้นการใช้ยาสเตียรอยด์อย่างไม่ถูกต้อง อาจนำไปสู่อันตราย เช่น

ข้อแนะนำ

  1. ตรวจสอบยี่ห้อ เครื่องหมาย อย. ก่อนเลือกซื้อครีมบำรุงผิวทุกครั้ง
  2. ทดสอบครีมบำรุงผิวที่แขนทุกครั้งก่อนใช้ เพื่อดูอาการแพ้
  3. ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร หากสงสัยว่ามีอาการข้างเคียงจากยาสเตียรอยด์


ดังนั้นหากคุณต้องการซื้อยาสเตียรอยด์มากินเอง โดยไม่ใช่การรักษาโดยแพทย์ อย่าหยุดยาเองเป็นอันขาด และรีบไปปรึกษาแพทย์โดยเร็ว เพื่อหาทางลดยาอย่างปลอดภัย 👌

รู้อย่างนี้แล้ว เมื่อต้องการจะเลือกซื้อครีม หรือเครื่องสำอางต่าง ๆ อย่าซื้อเพราะคำโฆษณาที่โอ้อวดสรรพคุณเกิดจริง เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านั้นอาจจะมีส่วนผสมของสเตียรอยด์ก็เป็นได้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้สเตียรอยด์ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยต่อร่างกายและผิวของคุณนั่นเอง 💕

>>สามารถอ่านบทความต่าง ๆ จาก SGE CHEM ได้ตามนี้เลย<<