เมื่อพูดถึง GMPย่อมาจาก Good Manufacturing Practice ข้อปฏิบัติ คำแนะนำของหน่วยงานควบคุมเกี่ยวกับการผลิตอาหาร เครื่องดื่ม ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือทางการแพทย์ คำแนะนำนี้บอกถึงความต้องการขั้นต่ำที่ผู้ผลิตจะต้องทำตามเพื่อให้มั่นใจได้ว่าสินค้าที่ได้จะคงคุณภาพตามความตั้งใจ กฎที่ใช้ในแต่ละอุตสาหกรรมอาจมีความแตกต่างกันไป แต่อย่างไรก็ตามจุดประสงค์หลักของ มาตรฐานGMP คือการปกป้องอันตรายสู่ผู้บริโภคนั้นเอง วันนี้ SGE CHEM จะพาไปทำความรู้จักGMP กัน

210213-Content-มาตรฐาน-GMP-คืออะไร-edit02


สำหรับGMP ในประเทศไทยนั้น เป็นที่รู้จักครั้งแรกในปี 2529 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่างเป็นลำดับตามความสำคัญต่อการบริโภคและต่อเศรษฐกิจของประเทศ

สารบัญ

GeneralGMP (ครอบคลุมอาหาร 57 ประเภท)

1. สุขลักษณะของสถานที่ตั้งและอาคารผลิต

อยู่ในที่ไม่ปนเปื้อนง่าย สะอาด อาคารมีขนาดเหมาะสม ออกแบบง่ายต่อการบำรุงรักษาและทำความสะอาด จัดพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน แสงว่างเพียงพอ ระบายอากาศได้ดี มีการป้องกันสัตว์และแมลงตามประตูหน้าต่าง

210213-Content-มาตรฐาน-GMP-คืออะไร-edit03


2. เครื่องมือเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต

ทำจากวัสดุที่ไม่ทำปฏิกิริยากับอาหาร ไม่เป็นพิษ ง่ายต่อการทำความสะอาด จัดเตรียมอุปกรณ์ให้เพียงพอ ไม่เกิดความล่าช้าในการผลิต เพราะอาจทำให้อาหารเน่าเสียได้ หลังจากใช้งานล้างทำความสะอาดฆ่าเชื้อและเก็บให้เป็นสัดส่วน หมั่นตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ให้มีประสิทธิภาพสม่ำเสมอ

210213-Content-มาตรฐาน-GMP-คืออะไร-edit05


3. การควบคุมกระบวนการผลิต

คัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพดี เก็บรักษาอย่างดีไม่ปนเปื้อน ป้องกันการเติบโตของจุลินทรีย์ การผลิต การเก็บรักษา การขนย้าย และขนส่งผลิตภัณฑ์ต้องดำเนินการภายใต้สภาวะควบคุมการเสื่อมสลายของอาหาร หากใช้สารเคมีจะต้องควบคุมปริมาณไม่ให้เกินกำหนด

210213-Content-มาตรฐาน-GMP-คืออะไร-edit08


4. การสุขาภิบาล

น้ำที่ใช้ภายในโรงงานต้องเป็นน้ำสะอาด ปรับคุณภาพน้ำตามความจำเป็น ห้องน้ำมีจำนวนเพียงพอ ตั้งแยกกับบริเวณผลิต มีมาตรการป้องกันจำกัดหนู แมลง และสัตว์พาหะอื่น ๆ มีระบบกำจัดขยะมูลฝอยไม่ให้มาปนเปื้อนในกระบวนการผลิต มีการดักเศษอาหารในท่อน้ำทิ้ง

5. การบำรุงรักษาและการทำความสะอาด

ทำความสะอาด ดูแลและเก็บรักษาหลังการใช้งาน ฆ่าเชื้ออุปกรณ์ที่สัมผัสอาหาร มีการใช้สารเคมีทำความสะอาดอย่างถูกต้อง จัดเก็บไม่ให้ปนเปื้อนกับอาหาร

6. บุคลากรและสุขลักษณะ

ผู้ปฏิบัติงานต้องมีสุขภาพดี ไม่เป็นโรคเรื้อน, วัณโรค, ติดสุรา, ยาเสพติด แต่งกายให้เหมาะสม ไว้เล็บสั้น ล้างมือทุกครั้งก่อนและออกจากห้องน้ำ สวมหมวดคลุมผม ไม่สูบบุหรี่vหรือรับประทานอาหารระหว่างปฏิบัติงาน ฝึกอบรมพนักงานให้มีความรู้เพียงพอ

210213-Content-มาตรฐาน-GMP-คืออะไร-edit07


มาตรฐานGMP เฉพาะผลิตภัณฑ์ หรือ SpecificGMP
 

เป็นข้อกําหนดที่ เพิ่มเติมจาก มาตรฐานGMP ทั่วไป เพื่อมุ่งเน้นในเรื่องความเสี่ยงและความปลอดภัยของแต่ละผลิตภัณฑ์อาหารเฉพาะ อย่างข้อกําหนดGMP น้ำบริโภค และข้อกําหนดGMP นมพร้อมบริโภคชนิดเหลวที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยวิธีพาสเจอร์ไรส์ เป็นต้น โดยแต่ละข้อกำหนดก็จะมีในเรื่องของการบังคับในกระบวนขั้นตอนต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไปอีก

210213-Content-มาตรฐาน-GMP-คืออะไร-edit06


หลักการของGMP ครอบคลุมตั้งแต่สถานที่ตั้งของสถานประกอบการ โครงสร้างอาคาร กระบวนการผลิตที่ดีมีความปลอดภัย และมีคุณภาพได้มาตรฐานทุกขั้นตอน นับตั้งแต่เริ่มต้นวางแผนการผลิต ระบบควบคุมตั้งแต่วัตถุดิบ ระหว่างการผลิต ผลิตภัณฑ์สําเร็จรูป การจัดเก็บการควบคุมคุณภาพ และการขนส่งจนถึงผู้บริโภค มีระบบบันทึกข้อมูลตรวจสอบและติดตามผลคุณภาพผลิตภัณฑ์รวมถึงระบบการจัดการ 2 ที่ดีในเรื่องสุขอนามัย (Sanitation และ Hygiene) เพื่อให้ผลิตภัณฑ์คุณภาพ และปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค และGMP ยังเป็นระบบประกันคุณภาพพื้นฐานก่อนที่จะพัฒนาไปสู่ระบบประกันคุณภาพอื่น ๆ ต่อไป

210213-Content-มาตรฐาน-GMP-คืออะไร-edit04


ส่งท้ายหน่อย
มาตรฐานGMP และมาตรฐาน HACCP ในโรงงานแตกต่างกันอย่างไร?

มาตรฐาน 2 อย่างที่สำคัญอย่างมากสำหรับโรงงานผลิตอาหารนั่นก็คือมาตรฐานGMP และมาตรฐาน HACCP  ทั้ง 2 แบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพของโรงงานผลิตอาหารที่ต้องมีความปลอดภัยในการผลิตสูงสุดเนื่องจากผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ นั้น สามารถส่งผลโดยตรงกับร่างกายของผู้บริโภคได้  นอกจากนี้แล้วการได้รับการรับรองมาตรฐานด้สนอาหารทั้งGMP หรือ HACCP ยังช่วยเพิ่มภาพลักษณ์ของโรงงานผลิตอาหารให้ดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นใบเบิกทางในการต่อยอดธุรกิจโดยเฉพาะการส่งออกไปต่างประเทศ การันตีความปลอดภัยของสินค้า ลดความเสี่ยงเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคได้อีกด้วย

👉 รู้จักกับมาตรฐาน HACCP

ป็นมาตรฐานโรงงานอีกหนึ่งประเภท ที่ออกมาเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภคเช่นกัน โดยจะให้ความสำคัญกับการป้องกันอันตรายจากการผลิตเป็นหลัก ค่อนข้างเจาะจงไปที่การปนเปื้อนในอาหาร มีการกำหนดค่าวิกฤตและควบคุมอย่างเคร่งครัด มีข้อกำหนดที่ค่อนข้างชัดเจนและเป็นระบบ มีการตรวจสอบที่เข้มงวด มีมาตรวัดที่ชัดเจน ทั้งยังใช้ผู้เชี่ยวชาญในการดูแลและตรวจสอบ

👉 สิ่งที่มาตรฐาน HACCP ควบคุม

  1. วิเคราะห์อันตราย
  2. หาจุดวิกฤต
  3. กำหนดค่าวิกฤต
  4. กำหนดระบบในการติดตามเพื่อควบคุมจุดวิกฤต
  5. กำหนดวิธีการแก้ไข เมื่อจุดวิกฤตไม่อยู่ภายใต้การควบคุม
  6. กำหนดวิธีการทวนสอบเพื่อให้เป็นไปตามระบบ HACCP
  7. กำหนดวิธีการจัดเก็บเอกสารให้เป็นไปตามหลักการของ HACCP 


สิ่งที่แตกต่างระหว่างมาตรฐานGMP และมาตรฐาน HACCP

สิ่งที่เหมือนกันภาพรวมก็อยู่ที่การควบคุมเพื่อความปลอดภัย และประโยชน์ที่ให้กับโรงงาน ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค การันตีประสิทธิภาพการทำงานของโรงงาน ขณะเดียวกันทั้ง 2 ระบบก็มีความแตกต่างกันอยู่ ได้แก่

1. GMPควบคุมการทำงานกว้างกว่า HACCP

ข้อกำหนดของระบบGMP ในโรงงานควบคุมการทำงานกว้างกว่าระบบ HACCP ในโรงงาน เมื่อนำมาเปรียบเทียบกัน โดยในระบบ GMP จะไม่ได้ควบคุมเฉพาะกระบวนการผลิตเท่านั้น แต่จะควบคุมตั้งแต่ตำแหน่งที่ตั้งของโรงงาน ความสะอาดของโรงงาน สภาพของอาคารการผลิต ไปจนถึงกระบวนการผลิต และยังควบคุมเรื่องของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการผลิต

ขณะที่ระบบ HACCP จะควบคุมกระบวนการผลิตเป็นหลัก โดยจะให้ความสำคัญกับการป้องกันอันตรายที่จะเกิดจากสิ่งปนเปื้อนทางชีวภาพ สารเคมี และสิ่งแปลกปลอมทางกายภาพ โดยการวิเคราะห์และหาจุดวิกฤตเพื่อดำเนินการควบคุม ไม่ให้เกิดอันตรายระหว่างกระบวนการผลิต

2. GMPดูแลเรื่องความสะอาดละเอียดกว่า HACCP

หากพูดกันถึงเรื่องของการดูแลความสะอาด ในระบบ HACCP จะควบคุมความสะอาดไม่ละเอียดเท่ากับระบบGMP เนื่องจาก HACCP ดูแลแค่ความสะอาดเฉพาะในกระบวนการผลิต ขณะที่GMP ดูแลเรื่องความสะอาดครอบคลุมไปจนถึงบุคลากรที่ทำงาน จะต้องชำระร่างกายสะอาด ล้างมือสะอาด และจะต้องไม่ป่วยเป็นโรคที่สามารถส่งต่อเชื้อโรคได้ ค่อนข้างมีความละเอียดมากกว่าระบบ HACCP 

3. GMPมีการแบ่งประเภทสินค้าในการบังคับใช้

ระบบGMP มีการแบ่งประเภทสินค้าที่กำหนดบังคับใช้ ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ GMPสุขลักษณะทั่วไป หรือ GeneralGMP และGMPเฉพาะผลิตภัณฑ์ หรือ SpecificGMP ที่มีข้อกำหนดแตกต่างกันออกไป โดยGMP สุขลักษณะทั่วไป จะใช้ปฏิบัติกับอาหารทุกประเภท แต่ถ้าเป็นGMPเฉพาะผลิตภัณฑ์ จะมีข้อปฏิบัติเฉพาะสำหรับสินค้าบางอย่าง

ส่วน HACCP เป็นมาตรฐานที่ไม่ได้แบ่งประเภท แต่ทุกโรงงานอาหาร โรงงานอาหารเสริม หรือโรงงานเครื่องสำอาง จะต้องใช้ข้อบังคับหรือข้อกำหนดเหมือนกัน

4. GMP ถูกบังคับใช้ตามกฎหมาย

มาตรฐานGMP เป็นข้อกำหนดที่ถูกใช้ตามกฎหมาย ในโรงงานอาหาร เพื่อรับรองคุณภาพการผลิตที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย ถูกสุขลักษณะอนามัย หากผู้ประกอบการต้องการจะเปิดโรงงานอาหาร โรงงานอาหารเสริม หรือโรงงานเครื่องสำอาง ก็ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานGMP

ในขณะที่ HACCP เป็นข้อกำหนดขั้นสูงกว่าGMP ใช้ในโรงงานที่ต้องการยกระดับคุณภาพ และไม่ได้ถูกบังคับใช้ตามกฎหมาย

5. GMPเป็นการควบคุมพื้นฐานที่สามารถพัฒนาต่อไปเป็น HACCP ได้

GMPเป็นการรับรองคุณภาพขั้นพื้นฐานที่โรงงานผลิตอาหาร โรงงานผลิตอาหารเสริม จำเป็นต้องมี เพื่อรับรองคุณภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค ทั้งยังช่วยให้สามารถต่อยอดเป็น HACCP ได้ กล่าวคือก่อนผ่านการรับรองมาตรฐาน HACCP จะต้องผ่านการรับรองมาตรฐานGMP เสียก่อน


การเลือกโรงงานรับผลิตครีม สร้างแบรนด์ครีมเครื่องสำอางและอาหารเสริมมีข้อดีสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ แต่หากเลือกโรงงานผิดที่ไร้คุณภาพย่อมมีความเสี่ยงไม่น้อยทำให้สินค้าของเราด้อยประสิทธิภาพลูกค้าต้องเดือดร้อน เพราะพิษเครื่องสำอางหรืออาหารเสริมไม่มีคุณภาพดังนั้น ควรมีการตรวจสอบโรรงงานให้ดีเสียก่อนเป็นอันดับแรกที่ผู้ประกอบการห้ามมองข้ามเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นคุณอาจต้องถูกฟ้องร้องเพราะเครื่องสำอางหรืออาหารเสริมทำพิษ ให้ผู้บริโภคต้องเสียโทรมหรือเสียสุขภาพโดยที่ไม่ใช่ฝีมือของเราก็ได้ หรือต้องการปรึกษาเรื่องการผลิต การสร้างแบรนด์ทาง SGE CHEM ยินดีให้บริการรับรองอุ่นใจและได้สินค้าที่มีประสิทธิภาพ ถูกต้องตามมาตรฐานแน่นอน

>>สามารถอ่านบทความต่าง ๆ จาก SGE CHEM ได้ตามนี้เลย<<